ชาวบ้านแห่รุนกุ้งเคยมาแปรรูปเป็นกะปิ

สำหรับเรื่องดีๆที่จะเอามาบอกในวันนี้ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แปรรูปเป็นกะปิ เราจะพาไปดูภูมิปัญญาของชาวบ้านที่นี่เขาได้รวมตัวกันไปจับกุ้งเคยปีหรือว่าเคยส้มโอนั่นเอง เพื่อที่จะนำเอามาแปรรูปให้เป็นกะปิหาเลิกเข้ากระเป๋าสู้ภัยโควิด-19กัน

โดยที่ทะเลสามร้อยยอดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ชาวเลเขาก็จะบอกว่าในช่วงนี้เคยเข้านี่เป็นคำพูดของเขาเลยนั่นหมายความว่าเป็นช่วงที่ชาวบ้านจะออกไปจับกุ้งเคยเพื่อนำมาทำเป็นกะปินั่นเองเป็นแบบวิถีเดิมของชาวบ้านที่อำเภอสามร้อยยอดของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่นี่เลยทุกวันเขาจะพากันไปที่ชายหาดหน้าอ่าวสามร้อยยอดเลยอยู่ที่บ้านใหม่ 

เนื่องจากว่าในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีลมตะเภาหรือว่าลมว่าวนั่นเองโดยเป็นลมพัดจากทิศใต้ขึ้นไปทิศเหนือฤดูร้อนทำให้เราจะเห็นกุ้งเคยขึ้นมาให้ชาวบ้านในละแวกนั้นจับกันเป็นจำนวนมากเลยจากนั้นเราก็ได้ไปถามชาวบ้านชื่อว่าคุณลุงอุดม ทองเขาได้เล่าให้พวกเราฟังว่าโดยปกติเคยที่จะหามาได้ก็จะเป็นเคยส้มโอหรือว่าเคยปีนั้นเอง

ดังนั้นเคยมันก็คือกะปินั่นเองจะเกิดในช่วงที่จะมีลมตะเภาแต่ก็ไม่แน่นอนเสมอไปเพราะว่าในบางปีก็จะไม่มีก็ได้ทีนี้เราจะมาดูวิธีว่ามีกุ้งเคยหรือเปล่าเขาบอกว่าให้ใช้เท้าย่ำลงไปในพื้นทะเลเลยคือถ้ามีเธออยู่เมื่อได้สัมผัสกับเท้าก็จะกระโดดหนีออกไปเลย

ส่วนวิธีหากุ้งเคยเขาใช้กะวะหลายคนสงสัยว่ากะว่าคืออะไรคือปกรณ์ชนิดหนึ่งที่จะมีไม้ไผ่เป็นด้ามยาวๆ พวกชาวบ้านจะนำเอามาใสเคยนั่นเองนี่เป็นศัพท์ของชาวบ้านหรือในทางที่จะเรียกกันว่ารุนกุ้งเคยในทะเลรุนเอาเข้าจริงๆถ้าเป็นภาษาใต้ก็คือเข็นนั่นเองก็คือดันไปข้างหน้า

โดยชาวบ้านในพื้นที่เขาได้เล่าให้ฟังอีกว่าเคยส้มโอในที่นี้ตัวใหญ่แล้วจะเกิดในช่วงเดือนเมษายนแต่แล้วเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วไม่มีกุ้งเคยให้จับเลยและในปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีที่โชคดีมากๆเลยที่มีเคยให้จับเพราะว่าจะได้มีรายได้ในช่วงสถานการณ์ covid-19 ได้ระบาดอยู่ขณะนี้

ดังนั้นเรามาดูวิธีการนำกุ้งเคยปีหรือเคยส้มโอแบบนี้นำเอามาแปรรูปมาทำเป็นกะปิกันบ้างโดยเขาจะเอากุ้งเคยที่จับมาได้นำเอามาล้างน้ำทะเลให้สะอาดประมาณ 3 ครั้งด้วยกันจากนั้นก็เลือกปลาตัวเล็กๆที่ติดมาเอาออกไปให้หมดก่อนจากนั้นก็นำเอามาผสมคลุกเคล้ากับเกลือหมากเอาไว้ประมาณ 1 เดือนหลังจากนั้นก็จะนำเอาไปตากแดดใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะกลายเป็นกะปิแล้ว

 

สนับสนุนโดย.    sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท

รถแท็กซี่กะดึกไร้ผู้โดยสารช่วงโควิดระบาด

รถแท็กซี่กะดึกไร้ผู้โดยสาร โดยในช่วงโรคโควิด-19ระบาดหนึ่งในอาชีพที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้กันเลยก็๕ออาชีพคนขับรถแท็กซี่คือคนนึงขับแท็กซี่วันนึงประมาณ15ชั่วโมงได้เพียงแค่3เที่ยวคิดเป็นเงินประมาณ200-300บาทเราจะมาสะท้อนให้ได้เห็นวิถีชีวิตกันหน่อยที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าBTSหมอชิต

ในช่วงเวลาประมาณสัก5ทุ่มแล้วก็ในช่วงเวลาปกติแล้วถือว่าเป็นจุดขนส่งสาธารณะหลากหลายรถตู้ก็มีรถประจำทางก็เยอะรถแท็กซี่หนาแน่นมากเลยคือว่าผู้โดยสารสามารถที่จะเลือกขึ้นได้แต่ภาพในปัจจุบันนี้ได้กล่าวว่ารถเดินทางส่วนใหญ่หยุดวิ่งประมาณ3ทุ่มรถแท็กซี่กลายมาเป็นทางเลือกโดยสารต่อ

เมื่อคืนนี้ได้มีทีมงานลงไปสำรวจในพื้นที่พบว่ารถแท็กซี่สองคันจอดรอผู้โดยสารอยู่ที่ริมถนนพหลโยธินก็ได้เข้าไปสอบถามคนขับรถแท็กซี่คนหนึ่งชื่อว่าคุณสมบูรณ์เป็นคนขับรถแท็กซี่เขาบอกว่าเขาได้ขับรถออกจากบ้านตั้งแต่ตี5จนถึงงประมาณเที่ยงคืนและบอกว่าวิ่งรับผู้โดยสารได้เพียงแค่3เที่ยวเองคิดเป็นเงินแล้วก็ประมาณ300บาทหักค่าเช่ารถประมาณวันละ250บาทค่าแก็สเชื้อเพลิงอีกวันละ200บาทแต่ละวันเหลือเงินกลับบ้านอีก50-100บาท

ซึ่งในเที่ยวสุดท้ายที่จะวิ่งรถก็หวังว่าจะมารอผู้โดยสารที่จะขึ้นรถไฟฟ้าเที่ยวสุดท้ายแต่ก็มีเพียงไม่กี่คนเพราะว่าบางคนมีรถส่วนตัวมารับไปต่อไม่มีคนขึ้นรถแท็กซี่เลยโดยทางด้านผู้ขับแท็กซี่ยังได้กล่าวอีกว่าหากเป็นเมื่อก่อนขับแท็กซี่ตั้งแต่ตี5ถึงเที่ยวคืนได้เงินประมาณ1,000กว่าบาทแต่ตอนนี้300-400ยังยากเลยบางทีขับรถมารอที่รถไฟฟ้าช่วงบ่าย3และออก6โมงเย็น

ถ้ามารอช่วง2-3ทุ่มจะมารอเอาเที่ยวสุดท้ายจากรถไฟฟ้าที่จะหมดในช่วงเที่ยวคืนข้างนอกเงียบมากไม่ค่อยมีคนขับรถได้เที่ยวนึงไปดอนเมืองก็ต้องตีรถกลับมาที่นี่อีกถามว่าที่รถไฟฟ้ามีคนไหมถ้ามองดูแล้วจะเห็นได้เลยว่ามีผู้โดยสารเดินลงมาจากรถไฟฟ้าไม่ถึง10คน

นอกจากนี้คนขับรถแท็กซี่อีกคนได้กล่าวอีกด้วยว่าปกติเขาจะขับแท็กซี่แถวย่านนี้ขับตั้งแต่10โมงเช้าจนถึงเที่ยงคืนเลยได้ค่าจ้างประมาณ200กว่ายาทเท่านั้นเองในตอนนี้ไม่พอค่าเช่ารถแล้วก็ยังไปเสียคาแก็สเชื้อเพลิงอีกวันนึงจะเหลือเงินกับบ้านประมาณ40บาทแลบางทีจ้างค่าที่จอดรถไปอีก50บาททุกวันนี้ชักหน้าไม่ถึงหลังหาเงินไม่พอกับรายจ่ายแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงมันเป็นเพียงอาชีพเดียวที่พอจะทำได้ก็ต้องขับแท็กซี่กันต่อไปเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ช่วงสงกรานต์มาแล้ว

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝากเงิน ออโต้

วิกฤตโควิด-19 ส่งเสริมการเติบโตของตลาด อาหารสัตว์

       การเติบโตของตลาด อาหารสัตว์   มีการเปิดเผยออกมาจากบริษัทที่มีการผลิตอาหารสัตว์ขายภายในประเทศไทยว่าในขณะนี้นั้นวงการตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงของใครกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มว่าจะเป็นการตอบโต้แบบพุ่งพรวด 19 กระโดดอีกด้วยโดยการให้ข้อมูลนั้นมาจากบริษัท CP รวมถึงบริษัทไทยยูเนี่ยนและยังมีบริษัทซีแวลูและยังมีบริษัทอื่นๆอีกมากมายซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิตอาหารสัตว์ขาย

      โดยเจ้าของธุรกิจทั้งหลายเหล่านี้ได้ออกมาพูดถึงผลิตภัณฑ์ของอาหารสัตว์นั้นว่ามีผู้ที่สนใจซื้ออาหารสัตว์เยอะขึ้นจากเดิมโดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 มานั้นตลาดของอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างต่อเนื่องทำให้เจ้าของธุรกิจทั้งหลายร่วมลงทุนด้วยกันเป็นจำนวนเงินถึง 5 พันล้านบาทเพื่อให้มีการผลักดันการผลิตอาหารสัตว์ออกมาจำหน่ายให้เยอะขึ้นมากกว่าเดิมและจะมีการส่งเสริมอาหารสัตว์ของไทยออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศอีกด้วย

          สำหรับสาเหตุที่ทำให้อาหารสัตว์เลี้ยงของไทยนั้นได้รับความนิยมมากในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิช

สวนกระแสกับธุรกิจอื่นๆนั่นก็เพราะว่าเมื่อมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้นผู้คนอยู่บ้านกันมากขึ้นเพราะต้องทำงานหนัก work from home ดังนั้นจึงมีการใส่ใจกับสัตว์เลี้ยงของตนเองมากขึ้นหรือบางคนนั้นต้องทำงานอยู่ที่บ้านแล้วเกิดเหงาจึงได้มีการซื้อสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงส่งผลทำให้จำเป็นต้องหาซื้ออาหารมาให้สัตว์เลี้ยงกิน จึงทำให้ตลาดอาหารของสัตว์เลี้ยงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นเอง

        ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าผู้คนนั้นหันมาสนใจเลี้ยงสุนัขหรือเลี้ยงแมวกันมากขึ้นเพราะมันสามารถสร้างความเพลิดเพลินและสามารถอยู่เป็นเพื่อนและช่วยคลายเหงาได้ในช่วงที่คุณต้องเก็บตัวอยู่ที่บ้านซึ่งส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถเดินทางออกไปต่างจังหวัดหรือไปท่องเที่ยวได้เพราะในแต่ละจังหวัดนั้นมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 อยู่

และเมื่อคนเราเริ่มรู้สึกว่าตนเองอยู่บ้านแล้วเหงาจึงต้องการหาเพื่อนมาอยู่เป็นเพื่อนและเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์เราในตอนนี้ก็คือแมวและหมานั่นเองดังนั้นในช่วงนี้เมื่อมีคนเลี้ยงแมวและหมาเยอะขึ้นอาหารของสัตว์ก็ขายดีขึ้นตามลำดับ 

         สำหรับตลาดการส่งออกอาหารสัตว์ของไทยในตอนนี้นับได้ว่าสามารถส่งออกได้เยอะขึ้นและทางด้านผู้ประกอบการเองก็มีความเชื่อมั่นว่าการลงทุนในครั้งนี้สามารถส่งผลทำให้อาหารสัตว์ของไทยนั้นกลายเป็นผู้ส่งออกที่มีการส่งออกอาหารสัตว์ของไทยไปขายยังต่างประเทศติด 1 ใน 3 ของโลกได้อย่างแน่นอน เพราะไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้นที่เหงา ชาวต่างชาติเองก็นิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงกันมากขึ้นด้วยเช่นกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.   gclub ฝากออโต้

ร้านอาหาร วอน นายกตู่ เข้าช่วยเหลือก่อนจะเจ๊ง 

         ร้านอาหาร วอน นายกตู่ เข้าช่วยเหลือ   อย่างที่รู้กันดีว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิคในเดือนเมษายนนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกบรรดาร้านอาหารและภัตตาคารต่างๆรวมถึงสถานประกอบการสถานบันเทิงซึ่งนับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโควิคเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมานั้นมีร้านอาหารและภัตตาคารเป็นจำนวนมากที่กำลังทยอยปิดกิจการลง   

      ทางด้านสมาคมภัตตาคารน้ำได้ออกมาเปิดเผยผ่านทางสื่อเพื่อขอร้องให้ทางด้านนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาได้ออกมาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารและภัตตาคาร   เพราะในขณะนี้ร้านอาหารได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ตอนนี้ทางด้านรัฐบาล ประกาศให้ร้านอาหาร และสถานบันเทิงในเขตกรุงเทพและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดที่เป็นโซนสีแดงให้ปิดร้านอาหารเร็วขึ้น

           ซึ่งเป็นการลดจำนวนชั่วโมงการขายอาหารของสถานประกอบการเหล่านั้นทำให้เจ้าของร้านอาหารนั้นได้รับผลกระทบมากดังนั้นจึงได้มีการอ้อนวอนขอให้นายกรัฐมนตรีนั้นช่วยดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาร้านอาหารและภัตตาคารรวมถึงทำการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้มาดีขึ้นโดยเร็ววันเพราะในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารข้างทางหรือพนักงานขนาดใหญ่ต่างก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด

            บรรดาร้านอาหารที่เคยขายของในช่วงเวลากลางคืน หรือกลุ่มขายอาหารโต้รุ่ง ได้รับผลกระทบมากเลยทีเดียว เพราะพวกเขาตัวเขาถูกจำกัดเวลาในการขาย ที่สำคัญในช่วงเวลากลางคืนลูกค้าลดน้อยลงไปมาก และถึงแม้ว่าจะร้านขายอาหารในตอนกลางคืน เพิ่มเวลาขายอาหารมาเป็นกลางวันด้วยแล้วก็ตาม แต่ยอดขายก็ยังไม่ดีขึ้น 

 เรียกได้ว่าการระบาดของ covid แล้วรอบที่ 3 นั้นทำให้สถานการณ์การค้าขายของร้านอาหารนั้นเลวร้ายลงทั้งนี้เนื่องจากว่าประชาชนนั้นเริ่มต้องมีการใช้เงินอย่างประหยัดกันมากขึ้นดังนั้นกำลังซื้อของประชาชนจึงลดลงอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

         โดยข้อมูลที่ทางด้านนายกสมาคมภัตตาคารไทยได้ออกมาเปิดเผยนับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสครั้งที่ 3 นั้นระบุว่าตอนนี้ร้านอาหารหลายร้านได้หายออกไปหรืออาจกล่าวได้ว่าได้ปิดกิจการไปแล้วมากกว่า 70%   70 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเจ้าของร้านอาหารหลังลายนั้นได้รับความบอบช้ำมาแล้วตั้งแต่การระบาดของไวรัสโควิคตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ก็ยังสามารถทนยืนหยัดเอาไว้ได้เพราะคิดว่าหลังจากหมดช่วงเวลานี้ไปสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยจะดีขึ้น 

          ดังนั้นจึงมีเจ้าของธุรกิจหลายรายที่ไปทำการกู้เงินธนาคารมาเพื่อใช้ในการประคับประคองและเปิดร้านค้าเพื่อให้ธุรกิจยังสามารถดำเนินไปได้แต่พอมีการระบาดของไวรัสครั้งที่ 3 นั้นทางผู้ประกอบการก็แย่ลงทันทีเพราะไม่มีเงินที่จะนำไปใช้หนี้ธนาคารและยังไม่มีเงินที่จะประคองร้านค้าให้สามารถเปิดกิจการต่อไปได้ เพราะถึงแม้เปิดร้านขายของแต่ก็ขาดทุนทุกวันนั่นเอง ดังนั้นรัฐต้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือร้านค้าก่อนที่จะพากันเจ๊งเยอะมากไปกว่านี้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.   แจ้งฝาก-ถอน ufabet