อาชีพใหม่ รายได้เสริมจากความถนัดของตัวเอง รับจ้างด่า 

        รับจ้างด่า  เมื่อวันที่ 9 เดือน มีนาคม ปี พ.ศ. 2564  ในโลกออนไลน์ได้มีกระแส  ที่มีการพูดถึงกันมากและเป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจคนข้างๆเยอะที่สำคัญบางคนที่เข้ามาอ่านก็รู้สึกขบขันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว  โดยในวันดังกล่าวนั้น ได้มีการพูดถึงเฟสบุ๊กของหญิงสาวรายหนึ่ง เธอได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับอาชีพที่เธอรับจ้างทำ ซึ่งมีหลายคนที่เข้ามาอ่านให้ความสนใจกับอาชีพของเธอเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

        สำหรับอาชีพที่เธอได้โพสต์ลงในโซเชียลนั้น เธอระบุว่าเธอรับจ้างด่าคน ซึ่งในโพสต์ของเธอนั้น ยังมีการระบุเรทราคาค่าจ้างเอาไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นด่าอย่างเดียว โดยจะคิดค่าด่าเป็นนาที คิดนาทีละ 20 บาท และหากใครอยากให้ด่าทั้งวันคิดวันละ 100 บาท  รวมถึงหากใครอยากให้พิมพ์ข้อความด่า ก็คิดข้อความละ 10 บาท  และถ้าอยากทั้งโทรทั้งพิมพ์ด่าแล้วล่ะก็เธอก็มีราคาเหมาให้ด้วย โดยคิดราคา เหมาอยู่ที่ 300 บาท

      ซึ่งเธอบอกว่าการด่าคนนั้นเป็นงานถนัดของเธอเลยทีเดียว โดยอาชีพนี้เธอจะทำเป็นอาชีพเสริมเพื่อหารายได้มาเลี้ยงตัวเอง ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้และการหางานทำเป็นเรื่องที่ยากมาก ซึ่งเธอได้ไอเดีย อาชีพนี้มาจากแม่ของเธอที่แนะนำให้เธอหาอาชีพเสริม โดยให้ดูที่ตัวเองว่ามีความชื่นชอบ หรือมีความถนัดในด้านไหนมากที่สุด 

   และเธอมั่นใจมากว่าเธอถนัดเรื่องของการด่าคนมาก  เธอสามารถด่าคนแบบไม่ซ้ำคำได้เลย และที่สำคัญเธอด่าคนจนไม่มีใครกล้าเถียงเธอได้ ดังนั้นเธอจึงมั่นใจกับอาชีพเสริมนี้ของเธอเป็นอย่างมากทีเดียว เพราะเธอมั่นใจว่าในประเทศไทยนี้ ยังมีคนอีกมากมาย หลายร้อยหลายพันคนที่อยากด่าคน แต่ด่าไม่เป็น ด่าไม่เก่ง หรือบางคนอาจจะไม่กล้าที่จะด่า

     ดังนั้นเมื่อมีคนรับจ้างด่าแทน เชื่อว่าคนมีคนมาใช้บริการของเธอค่อนข้างเยอะอย่างแน่นอน   ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ   ที่สำคัญนั้น เธอสามารถด่าได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษกันเลยทีเดียว และในตอนนี้เธอกำลังหัดเรียนภาษาเยอรมัน ซึ่งหากเรียนจบแล้ว เธอก็จะสามารถด่าเป็นภาษาเยอรมันได้อีกด้วย 

และเมื่อมีการเผยแพร่โพสต์ ของหญิงสาวคนนี้ออกไปทำให้มีคนสนใจกันเป็นอย่างมากบางคนก็อยากเห็นฝีปากของหญิงสาวก่อนว่าจะสามารถด่าได้คุ้มกับค่าจ้างที่มีการเรียกเก็บหรือไม่  

       สำหรับ Idea อาชีพนี้นับว่าเป็นอาชีพแปลกใหม่เลยทีเดียวแต่เป็นการนำความต้องการของคนมาเปิดเป็นอาชีพให้กับตนเองซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีคนไปใช้บริการหญิงสาวอย่างแน่นอน 

AIS ร่วมมือกับ Power Buy นำเครื่องใช้ไฟฟ้ามาขายในร้าน telewiz ลุยลูกค้าตลาดล่าง 

      AIS ร่วมมือกับ Power Buy เมื่อวันที่ 20 เดือนกันยายน ปี พ.ศ 2564   ผู้บริหารของบริษัท AIS  ที่มีหน้าที่ในการดูแลลูกค้าทั่วไปหรือลูกค้ากลุ่มตลาดล่างได้มีการออกมาแถลงการณ์เกี่ยวกับการร่วมมือกันกลับบริษัท  Power Buy   โดยมีการวางเป้าหมายการดำเนินธุรกิจร่วมกันในการที่จะมีการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า 

      สำหรับการร่วมมือกันระหว่าง ais และ Power Buy ในครั้งนี้นั้นต้องการที่จะวางรากฐานด้านเศรษฐกิจที่สำคัญให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

เนื่องจากว่าร้าน telewiz ในปัจจุบันนี้มีสาขา มากกว่า 400 สาขา   การที่นำสินค้าจากร้าน powerbuy ไปวางขายในร้าน telewiz นั้นจะสามารถหาลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากปัจจุบันนั้นเพาเวอร์บายไม่ได้มีเยอะมากนัก  หากเปรียบเทียบกับสาขาของเทเลวิชแล้ว ดังนั้นหากต้องการดำเนินธุรกิจให้มีฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นการร่วมมือกันระหว่าง Telewiz และ AIS นั้นจึงเป็นการวางรากฐานการดำเนินธุรกิจที่ดีมากเลยทีเดียว  

     สำหรับการร่วมมือกันระหว่าง ais และ Telewiz นั้นถือว่าเป็นการใช้ Digital Life Service Provider โดยเป็นการใช้เทคโนโลยีในยุคปัจจุบันในการเข้ามาดำเนินเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจการค้าปลีกถือว่าเป็นการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่งในปัจจุบันนี้ที่สำคัญยังเป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่สร้างโอกาสให้คนไทย ได้มีการเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น   เนื่องจากว่าทางด้าน Power Buy มีการสำรวจพฤติกรรมการซื้อสินค้าของประชาชนในปัจจุบันนี้  

     โดยตั้งแต่ที่ประเทศไทยพบการระบาดของไวรัสโควิด-19  พฤติกรรมการซื้อสินค้าของประชาชนก็เปลี่ยนไปโดยมุ่งเน้นไปในการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์แทนจะเห็นได้จากร้านค้าต่างๆไม่ว่าแม้แต่ตัว powerbuy หรือห้างสรรพสินค้าต่างๆก็ถูกลดปริมาณการซื้อลดลงเนื่องจากลูกค้าไม่สะดวกเดินทางมาช้อปปิ้ง

แต่เรื่องจะใช้วิธีการสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์แทนนั่นหมายถึงว่าในขณะนี้ e- ordering  เข้ามามีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการใช้บริการและการนำเสนอขายสินค้าดังนั้นทาง ais และเพาเวอร์บายจึงใช้จุดนี้มาเป็นช่องทางในการขายสินค้าเพื่อส่งตรงไปยังลูกค้าที่อยู่ตามต่างจังหวัดและอยู่ตามเขตหัวเมืองต่างๆ

    นอกจากลูกค้าจะสามารถซื้อสินค้าเพิ่มประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านทางร้านเพาเวอร์บายได้แล้วยังสามารถที่จะไปใช้บริการอื่นๆที่ร้าน Telewiz ได้อีกด้วย   www.ufabet.com ช่องทางเข้าเว็ปพนัน    อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าลูกค้าคนไหนต้องการสอบถามถึงวิธีการใช้งานสินค้าหรือว่าจะเป็นเครื่องเสียงหรือแม้แต่อุปกรณ์ทางไอที  เรียกได้ว่าหากสินค้าที่ร้านพาวเวอร์บายมีอะไรขาย ลูกค้าก็สามารถสั่งซื้อที่ร้าน telewiz  ได้เลย 

     นอกจากนี้ลูกค้าสามารถพูดคุยกับพนักงานเพาเวอร์บายผ่านทางแท็บเล็ตที่ร้าน Telewiz ได้เลยทำให้สะดวกสบายที่สำคัญลูกค้าสามารถมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าสินค้าที่ซื้อกับร้าน telewiz นั้นเป็นสินค้าแท้จากแบรนด์ดังอย่างแน่นอน 

งบประมาณ 10 ล้านบาทหายวับไปกับตา เมื่อนำมาก่อสร้งอาคารบริการนักท่องเที่ยวแล้วไม่ได้ใช้งาน 

     งบประมาณ 10 ล้านบาทหาย  ในแต่ละปีนั้นรัฐบาลจะมีการจ่ายงบประมาณให้กับหน่วยงานต่างๆเพื่อไปทำการบำรุงสร้างผลงานให้กับกระทรวงต่างๆซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือกระทรวงการท่องเที่ยวซึ่งจะได้รับเงินงบประมาณเพื่อเอาไปแจกจ่ายให้กับแต่ละจังหวัดในการสร้างผลงานขึ้นมา

เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโดยแต่ละจังหวัดนั้นก็จะมีการนำเงินงบประมาณนั้นไปสร้างสิ่งต่างๆมากมายที่จะช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหรือช่วยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวในจังหวัดนั้นๆ 

            อย่างไรก็ตามเรามักจะเห็นว่ากระทรวงต่างๆที่มีการนำเงินงบประมาณออกมาใช้นั้นมักจะมีการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยและเงินที่ใช้ไปนั้นค่อนข้างที่จะสูญเปล่าอย่างเช่นล่าสุดเมื่อวันที่ 18 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564 

  มีการเปิดเผยภาพออกมาจาก Facebook ของจังหวัดพังงาโดยภาพที่เปิดเผยออกมานั้นเป็นภาพของศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประจำจังหวัดซึ่งมีสภาพทรุดโทรมและพังทลายลงมาแล้วโดยมีการบรรยายใน Facebook ด้วยว่าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวดังกล่าวนั้นมีการสร้างไว้ทั้งหมด 2 หลังด้วยกันโดยแต่ละหลังนั้นใช้งบประมาณในการสร้างหลังละ 4.9 ล้านบาท  

             โดยลักษณะของการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนั้นจะมีการสร้างอาคารเรือนกระจกและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำที่ทันสมัยมีการติดตั้งแอร์คอนดิชั่นณสถานที่แห่งนี้นั้นเอาไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวที่จะมาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาและที่สำคัญจะมีการนำของพื้นเมืองของชาวบ้านนั้นมาวางขายให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วยอย่างไรก็ตามในข้อมูลของใน Facebook ยังระบุด้วยว่าตัวหลังคาที่มีการสร้างเอาไว้นั้นได้มีการใช้งบประมาณในการไปซื้อไม้ไผ่มาเกือบ 2000 ท่อนเพื่อใช้ในการสร้างหลังคาครอบตัวอาคารเรือนกระจกอีกครั้งหนึ่ง

          โดยสร้างออกมาให้เหมือนลักษณะของเต่าแต่ที่มีการสร้างเสร็จนั้นปรากฏว่าอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแห่งนี้ยังไม่เคยได้มีการเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวแม้แต่ครั้งเดียวซึ่งในขณะนี้มันได้ผ่านทั้งพายุฝนและแดดร้อนจ้ามาแล้วหลายต่อหลายครั้งจนในที่สุดไม้ไผ่นั้นก็เสื่อมทรุดส่งตามวันและเวลาทำให้ปัจจุบันนั้นมันพังทลายลงมาและไม่สามารถเข้าไปใช้บริการอาคารกระจกที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแห่งนี้ได้ซึ่งงบประมาณที่มีการใช้งานทั้ง 2 หลังนั้นรวมทั้งสิ้นแล้วเกือบ 10 ล้านบาทโดยงบประมาณนี้เรียกได้ว่างบประมาณเสียสูญเปล่าไปฟรีๆโดยที่ไม่ได้มีการใช้งานแม้แต่นิดเดียว 

        สำหรับเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้นั้นไม่ใช่เพียงแค่จังหวัดพังงาจังหวัดเดียวเท่านั้นที่มีการใช้งบประมาณทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์แต่มีอีกมากมายหลายจังหวัดที่ยังไม่ถูกนำเผยแพร่ซึ่งถ้าหากเราสามารถนำเงินงบประมาณไปจัดสรรและทำคุณประโยชน์ที่ดีและสามารถใช้งานประโยชน์ได้จริงเชื่อว่างบประมาณจะสามารถสร้างให้ทุกจังหวัดนั้นเจริญรุ่งเรืองได้มากกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย.    gclub เว็บตรง