รัฐบาลใกล้ถังแตก กระทรวงการคลังเตรียมเก็บภาษีปี 64 เพิ่ม

           รัฐบาลใกล้ถังแตก จากสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ทางด้านรัฐบาลได้มีการกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายในประเทศด้วยงบประมาณที่ค่อนข้างสูงมากซึ่งแน่นอนว่าในปีพศ2563 นี้นั้นมีการกู้เงินมาเป็นค่าใช้จ่ายของประเทศถึง 3.2 ล้านล้านบาท   และแน่นอนว่าถึงแม้ว่าจะมีการกู้เงินมาเยอะมากขนาดนี้แต่เงินที่กู้มานั้นก็ถูกนำไปใช้จ่ายตามโครงการต่างๆที่รัฐบาลได้มีการนำมาช่วยเหลือประชาชนช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่า

        อย่างที่เรารู้กันดีว่าเงินส่วนใหญ่ที่รัฐบาลกู้มานั้นจะถูกจัดสรรไปตามกระทรวงต่างๆและถูกนำมาใช้ในโครงการต่างๆที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนในช่วงเวลานี้นั่นเอง  และในตอนนี้กระทรวงการคลังเองก็เริ่มที่จะมีการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณเพื่อจะนำไปใช้จ่ายในช่วงประมาณปีพศ 2564

  โดยจากการตรวจสอบข้อมูลของทางด้านกระทรวงการคลังพบว่า รัฐบาลใกล้ถังแตก ในปีพศ 2564 นี้การกู้ยืมเงินจากต่างประเทศนั้นจะสามารถกู้ออกมาได้น้อยมากเนื่องจากว่ามีการกู้ยืมเงินมาเมื่อปีพศ2563 มาเป็นจำนวนมากแล้วดังนั้นเมื่อมีการคำนวณการหักลบกลบหนี้แล้วพบว่ารัฐบาลไทยจะสามารถกู้ยืมเงินได้อีกแค่เพียงไม่กี่แสนล้านบาทเท่านั้น

       แน่นอนว่าด้วยเงินจำนวนที่น้อยนิดนี้จะไม่สามารถที่จะแบ่งไปตามกระทรวงต่างๆเพื่อพัฒนาประเทศได้ดังนั้นทางด้านกระทรวงการคลังจึงต้องมีแนวความคิดที่จะหาเงินเข้าคลังของไทยเพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลถังแตกที่ไม่มีเงินออกมาบริหารประเทศนั่นเองโดยวิธีการที่กระทรวงการคลังคิดได้อยู่ในขณะนี้ก็คือในปีพศ 2564 จะต้องมีการเรียกเก็บเงินค่าภาษีมากขึ้นกว่าเดิมโดยนำเงินค่าภาษีของประชาชนนั้นเก็บไว้ในคลังเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายในการบริหารประเทศนั้นเอง

          อย่างไรก็ตามตอนนี้ทางด้านรัฐบาลยังอยู่ระหว่างการประชุมปรึกษาหารือกันและยังไม่ออกมายืนยันว่าอันที่จริงแล้วตอนนี้รัฐบาลใกล้จะถังแตกเต็มทีแล้วโดยให้เหตุผลว่า  ในตอนนี้ยังมีการคำนวณเกี่ยวกับเรื่องของตัวยอดเงินและยังมีการตรวจสอบวงเงินการใช้งานอยู่อีกทั้งยังต้องเช็คว่ารัฐบาลยังสามารถที่จะกู้เงินจากต่างประเทศมาใช้จ่ายได้อีกเท่าไหร่ซึ่งต้องรอผลการสรุปออกมาถึงจะสามารถออกมายืนยันได้ว่าขณะนี้สถานการณ์ของเศรษฐกิจไทยและของคลังของไทยนั้นอยู่ในสภาวะที่กำลังช็อตหนักอยู่หรือไม่ 

         แน่นอนว่าเมื่อวานจำเป็นที่จะต้องหาเงินเข้าคลังเป็นจำนวนมากสิ่งที่เขาจะทำได้นั่นก็คือจะต้องมีการเพิ่มปริมาณผู้เสียภาษีให้มากขึ้นกว่าเดิมเพราะในขณะนี้หากตรวจสอบโดยจะเห็นได้ว่าประชากรทั้งหมดของประเทศไทยนั้นมีคนที่เสียภาษีเพียงแค่ประมาณ  3 ล้านคนเพียงเท่านั้นดังนั้นจึงต้องมีการขยายข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนของผู้เสียภาษีให้มากขึ้นกว่าเดิมและแน่นอนว่าจะต้องมีการเพิ่มการเรียกเก็บภาษีจากทุกช่องทางของประชาชนเข้ามาโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มเทคโนโลยีใหม่ๆจะต้องเสียภาษีด้วย อาจนับได้ว่าในปีพศ. 2564 นั้นจะมีการปรับโครงสร้างของผู้เสียภาษีครั้งใหญ่เลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.    ufabet บาคาร่า

ตลาดมือสองวินเทจ

สินค้าที่เป็นสินค้ามือสองในประเทศไทยถือว่าได้รับความนิยมเป็นจำนวนมากทั้งการนำสินค้าของชาวต่างชาติที่มีการจัดส่งโดยการแพ็คมาและมาเปิดหีบในประเทศไทย หรือแพ็คมาเป็นกระสอบและขายยกกระสอบให้กับผู้ที่ซื้อในนั้นจะจุเสื้อผ้าจำนวนประมาณ 50 ถึง 100 ตัวไม่ใช่เพียงแค่สินค้าเหล่านี้ที่ถูกนำเข้ามาขายเป็นสินค้ามือสองในประเทศไทยแต่รวมถึงสินค้าวินเทจจำนวนมากทั้งของชาวไทยเอง

และชาวต่างชาติถูกนำเข้ามาขายและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตลาดนี้เติบโตอย่างรวดเร็วเพราะการที่มีความชอบของดาราหรือศิลปินที่มีการสะสมของเก่าและเมื่อแฟนคลับเหล่านั้นได้เห็นก็จะมีการเสาะแสวงหาของเหล่านั้นเพื่อมาครอบครองเป็นของตัวเองหรือแม้แต่ให้เป็นของขวัญสำหรับศิลปินที่ถูกใจจึงทำให้ราคาเหล่านั้นผู้สูงเป็นจำนวนมาก

เพราะเกิดความต้องการในตัวสินค้าอย่างมากสินค้าบางอย่างถูกผลิตอย่างจำกัดยกตัวอย่างเช่นเสื้อที่อยู่ในงานคอนเสิร์ตที่บางครั้งถูกนำมาขายหน้างานของศิลปินในยุค 80 ผลิตทั้งหมด 500 ตัว และขายหน้างานคอนเสิร์ตขายครั้งเดียวไม่มีการผลิตซ้ำจะทำให้เห็นว่าสินค้าเหล่านี้มีความต้องการอย่างมากในปัจจุบันเพราะเป็นสินค้าที่เป็นของสะสมในตัวอีกด้วยสินค้าเหล่านี้

หากใครได้มาครอบครองจะทำให้สามารถนำไปเก็งกำไรได้ในอนาคตหรือแม้แต่จะเป็นการแต่งตัวแฟชั่นต่างๆที่มีความนิยมมากในปัจจุบันเสื้อก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่นักสะสมมีการเสาะแสวงหาไม่ว่าจะเป็นเสื้อที่เป็นวงดนตรีหรือเสื้อที่ถูกผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนจำกัดในอดีตก็ถูกนำกลับเข้ามาขายจากผู้ที่ไปพบไปเจอจากการซื้อต่างๆ

โดยมีการสะสมไว้อยู่แล้ว การเดินทางของเสื้อมือสองส่วนใหญ่จะถูกแพ็คมาเป็นกระสอบนำเข้ามาจากประเทศต่างๆเราควรจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าบางครั้งคนที่ทิ้งเสื้อดำน้ำหรือบริจาคเสื้อเรานั้นมันเกินความต้องการจึงทำให้กลายเป็นขยะของประเทศอื่นแต่ในประเทศของเรามีการชื่นชอบในสินค้าเหล่านั้นจึงทำให้มีการนำเข้าสินค้าเหล่านั้นนำมาขายมีนักแสวงโชค

และนักสะสมมากมายมีการเปิดกระสอบที่มีราคาถึง 7,000 ต่อกระสอบเพื่อลุ้นว่าสินค้าในกระสอบจะมีของที่หายากหรือเปล่าถ้าหากเจอของที่หายากก็สามารถนำไปขายได้ในราคาที่แพงมากบางคนซื้อสินค้าเหล่านั้นมาในราคาหลักร้อยแต่สามารถนำไปทำกำไรต่อได้หลักหมื่นหรือว่าคลังเสื้อที่มีคุณค่ามากๆราคาอาจจะพุ่งสูงไปถึงหลักแสนเลยก็ว่าได้นี่คงบอกไม่ได้ว่าเป็นการนำของที่คนไม่เห็นค่านำมาปัดฝุ่น

และนำมาวางขายธุรกิจนี้จึงเป็นที่นิยมมากไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่มที่เป็นนักลงทุนรวมถึงนักสะสมเองก็ด้วยที่มองเห็นถึงกำไรในการประกอบธุรกิจเรานี้ จึงมีร้านค้าของมือสองหรือของวินเทจเกิดขึ้นมากมายในปัจจุบันทั้งร้านที่ขายอยู่ตามสถานที่ต่างๆและบนโลกออนไลน์ 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    ufabet บาคาร่า