ไทยเศรษฐกิจถดถอยกู้เพิ่มอีก1ล้านล้านบาท แบงก์ชาติแนะทางรอด

วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องของตัวเลขเศรษฐกิจคาดการตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆก็ต้องบอกว่าปรับเป้ากันน่าดูแต่ดูเหมือนว่าที่จะเป็นข่าวใหญ่น่าจะเป็นสัญญาณจากผู้ว่าแบงก์ชาติผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาส่งสัญญาณให้รัฐบาล กู้เงินเพิ่มอีก1ล้านล้านบาทเพื่อช่วยเหลือสถานการณ์โควิด-19อย่างที่บอกไปว่าตอนนี้สถานการณ์โควิด-19ตอนนี้ยังระบาดอยู่

แต่ว่าเวลาที่เราจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจนการจะกระตุ้นเศรษฐกิจหรือจะฟื้นฟูเศรษฐกิจมันต้องมองไปข้างหน้าต้องประเมิลว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้วจะประเมิลและเยี่ยวยาอย่างไรแล้วที่สำคัญจะต้องใช้เงินและตอนนี้เราก็ได้มองข้างตรงนี้ไปแล้ว

โดยเงินกู้ที่ได้กู้มานั้นมันอาจจะไม่พอจะต้องกู้เพิ่มอีก1ล้านล้านบาทคือถ้ามองตัวเลขก็ดูเยอะเพียงแต่ถ้าเราดูปริบทตต่างๆเช่นตอนนี้อัตราดอกเบี้ยก็ค่อนข้างที่จะต่ำเลยในเวลานี้ยังถือว่าต่ำอยู่ในขณะเดียวกันทุกประเทศตอนนี้ก็ใช้นโยบายคล้ายๆกันคือ กู้เงินมาแล้วเป็นการแกไขปัญหาเศรษฐกิจ

เพราะว่าตอนนี้มันเหมือนกับปัญหามันเฉพาะหน้ามากๆเลยถ้าเราไม่แก้ไขตอนนี้ปล่อนเรื้อรังไปเรื่อยๆมันก็จะมีคนเช่นตกงานแล้วเป็นการตกงานอย่างถาวรหรือผู้ประกอบการปิดกิจการแล้วถึงขั้นปิดกิจการอย่างถาวรก็ได้ลูกจ้างอาจจะไม่สามารถที่จะกลับมาเข้าสู่วงจรการทำงานได้อีกครั้งนึงเพราะว่าบางครั้งบางอาชีพหลุดแล้วหลุดเลยหายไปเลย

ซึ่งตรงนี้ถือว่ามีความสำคัญแล้วก็เป็นข้อเสนอแนะในหลายๆส่วนเหมือนกันว่าในเรื่องของการจ้างงานต่างๆทำอย่างไรภาครัฐจะต้องมีมาตรการออกมาต้องเติมเงินออกมาหรือจะไปกระตุ้นพยุงอะไรก็ตามในฐานะเป็นเจ้าของกิจการในการที่จะรักษาการจ้างงานในการที่จะทำให้นักธุรกิจเหล่านั้นมันสามารถเดินต่อไปได้

โดยสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลางหรือขนาดเล็กๆทั้งหลายต้องบอกเลยเหนื่อยมากสายตัวขาดแล้วไม่รู้จะขาดยังไงดิ้นสู้เพื่อให้รอดกับวิกฤตแล้วก็เจอระลอก1-2และ3และวันนี้จะมีข้อเสนอแนะทั้งภาคเอกชนรวมไปถึงบรรดาผู้ประกอบการต่างๆด้วยที่จะสะท้อนออกมาให้เห็นว่าตอนนี้ปัญหามันหนักหน่วงแค่ไหน

แต่ว่าเราไม่ได้ชี้ให้เห็นแค่ปัญหาเรามีทางออกด้วยเพื่อที่จะเป็นข้อเสนอในการที่จะร่วมด้วยช่วยกันสำหรับวิกฤตนี้ก็ถือว่าภาคเอกชนพอเห็นสัญญาณแบบนี้ก็เริ่มที่จะมีการส่งสัญญาณและเริ่มที่จะมีการเสนอแนะแนวทางออกไปสู้ทางภาครัฐบาลแต่ก่อนอื่นต้องบอกเลย

สัญญาณเศรษฐกิจไทยนับจากนี้ถือได้ว่ามันจะไม่ดีแล้วจากเดิมเราคาดหมายว่าครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยน่าจะดีแต่มาเจอโควิด-19ระลอก3เดือนเมษายนปี2564ยังไม่มีท่าทีจะหยุดหรือเบาลงและมันจะสิ้นสุดตรงไหนมันเป็นจุดที่ยากและท้าทายได้การรับมือ

 

สนับสนุนโดย.    www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

3อาวุธแพงระดับโลกน้อยคนที่จะรู้

โดยอาวุธที่ได้มีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่องนั่นก็คืออาวุธทางการเหล่าทหารและสิ่งของพวกนี้มันก็มีราคาที่สูงพอสมควรและวันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับอาวุธที่ใช้ทางการทหารที่มีราคาแพงมากในระดับโลกที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

อันดับ แรก คือ V-22 OSPREY เป็นเครื่องบินกึ่งเฮลิคอปเตอร์ที่มีสมรรณะสูงถูกออกแบบมาให้ปฏิบัติภาระกิจได้หลากหลายรูปแบบมันสามารถบินขึ้นลงในแนวดึ่งได้ใบพัดสามารถปรับองศาได้สามารถใช้งานได้ตั้งแต่เป็นยานพาหนะปฐมพยาบาลไปจนถึงขนส่งกำลังพลและข้าวของต่างๆ

ซึ่งสามารถบรรจุกำลังพลได้24คนในแบบนั่งแต่ถ้าเป็นแบบยืนสามารถบรรจุได้32คนและรองรับน้ำหนักได้ถึง9,070กิโลกรัมสามารถปฏิบัติภาระกิจได้ดีในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายนั่นจึงเป็นการผลิตออกมาเป็นจำนวนมากโดยตั้งแต่ปี1988-2020ก็ได้ผลิตออกมาแล้วกว่า400กว่าลำโดยมีราคาต่อลำละ75ล้านเหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นเงินไทยก็จะประมาณ2,504ล้านบาทต่อ1ลำ

อันดับที่ สอง คือ F22RAPTORเป็นเครื่องบินขับไล่เทคโนโลยีที่สูงที่ถึงแม้ว่าจะถูกออกแบบมาเพื่อทำการจูโจมทางอากาศเป็นหลักแต่มันก็ยังสามารถโจมตีภาคพื้นดินได้เช่นกันมันสามารถสะท้อนเรดาร์ของศัตรูได้ใช้เครื่องยนต์สองตัวแบบThrust Vectoring Nozzles

โดยให้แรงขับตัวละ156กิโลนิวตันมีการติดตั้งอาวุธอากาศสู่อากาศพิยสัยสั้นสองลูกขีปนาวุธอากาศสู่อาการพิยสัยกลบางหนึ่งลูกออีกทั้งยังสามารถต่อต้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ได้และมีการบรรทุกระเบิดไปด้วยจึงทำให้สามารถปฏิบัติการได้หลากหลายรูปแบบ

เพราะฉะนั้นเจ้าF22RAPTORที่ว่านี้ได้มีการผลิตขึ้นในช่วงปี1996-2011โดยแบ่งเป็นเวอร์ชั่นทดลอง8ลำและเวอร์ชั่นที่ใช้งานจริงได้ถึง187ลำรวมทั้งสิ้นแล้ว1195ลำโดยมีราคาฉลี่ยลำละ334ล้านเหรียญสหรัฐหรือ11,149ล้านบาท

อันดับที่ สาม คือ Arleigh Burke DDG 51 Destroyer สำหรับเรือพิฆาตลำนี้จะเห็นได้เลยว่ามันไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่อะไรมากนักแต่สิ่งที่ได้เข้ามาแทนที่นั้นคือความเร็วและความคล่องตัวโดดเด่นด้วยความสามารถช่วยป้องกันเรือขนาดใหญ่จากศัตรูที่เข้ามาโจมตีระยะใกล้มีการติดตั้งขีปนาวุธนำวิถี

ซึ่งก็จะมีตั้งแต่ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ ติดต่อ ufabet  และยังมีอาวุธอื่นๆอีกมากมายยกตัวอย่างเช่นตอปิโดปืนขนาด5นิ้วและยังรวมไปถึงเครื่องตรวจจับทุ่นระเบิดอีกด้วยจึงทำให้เป็นเรือพิฆาตที่ค่อนข้างยืดหยุ่นสามารถใช้งานได้ในหลากหลายภารกิจ

โดยได้มีการผลิตออกมาตั้งแต่ปี1988จนถึงในปีปัจจุบันโดยที่ในทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ในประจำการทั้งสิ้น68ลำมีราคาอยู่ที่1,843ล้านเหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ62,293ล้านบาทต่อหนึ่งลำ

ข้อมูลจากกสิกรหนี้ครัวเรือน 

    กสิกรไทยมีการเปิดเผยว่ามีครัวเรือนในไตรมาสที่ 2 ของปีแม้ว่าจะชะลอตัวลงไปอยู่ที่ร้อยละ 80 -93 ข้อมูลจากกสิกรหนี้ครัวเรือน  แต่ทิศทางในภาพรวมยังคงน่าเป็นห่วง  เพราะคาดว่าในปีนี้หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 92 ต่อ GDP  โดยทางด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผย  ว่าข้อมูลเงินที่ให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนล่าสุดในไตรมาส 2 ของปียังคงเติบโตต่อเนื่อง

     โดยยอดค้างของหนี้ครัวเรือนภายในไตรมาสที่ 2  ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.7 ล้านล้านบาท  ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนได้ร้อยละ 80 -93 ต่อ GDP ซึ่งชะลอลงจากระดับร้อยละ 96 ต่อ GDP อันดับที่สูงสุดในรอบ 18 ปีที่ทำไว้ในไตรมาสแรกของปีเลย  เนื่องจากว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 2 เติบโตขึ้นในอัตราที่มากกว่าหนี้ครัวเรือน

      อย่างไรก็ตามทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่ชะลอตัวลงในไตรมาสที่ 2 จะเป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้นแล้ว

ไม่ได้หมายความว่าหนี้สินในภาคครัวเรือนมีความน่ากังวลที่ลดลงแต่ในทางกลับกัน   ยอดคงค้างหนี้สินของครัวเรือน ยอดคงค้างหนี้สินของครัวเรือนยังคงเพิ่มสูงขึ้นในระหว่างไตรมาสเป็นมาตรวัดที่สะท้อนให้เห็นว่าภาระหนี้ในระดับครัวเรือนเนี่ยยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงไม่ต่างกับช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมาและในช่วงเวลาที่เหลือก่อนสิ้นปี 2554 นี้

      ผลการวิจัยของทางกสิกรไทยประเมินว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือน ส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยจะกลับมาเร่งสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีคาดว่าสัดส่วนหนี้ของครัวเรือนเนี่ยอาจจะขยับเข้าใกล้กับกรอบบนของตัวเลขประมาณการหนี้ครัวเรือน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ในช่วงร้อยละ 90 ถึง 92 ต่อ GDP การทยอยคลายล็อก

ซึ่งเป็นมาตรการสกัดการระบาดของ covid 19 ของรัฐบาล  ทำให้ความก้าวหน้าในการฉีดวัคซีนและแนวทางการเปิดประเทศที่มากขึ้นก็จะทยอยส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทย ต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทยและสถานการณ์รายได้ภาคครัวเรือนในระยะข้างหน้าก็ตาม 

     ยังคงต้องยอมรับว่าความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้รายย่อยหลายกลุ่มยังไม่สามารถที่จะกลับมาเป็นปกติได้ ภายในปีนี้ล็อคขณะที่ข้อมูลของลูกหนี้รายย่อยทยอยเข้ารับมาตรการช่วยเหลือแล้ว  จากสถาบันการเงินก็ยังคงเพิ่มมากขึ้นทั้งในมิติของจำนวนบัญชีและยอดหนี้รวมไปถึงภาระหนี้สิน

ซึ่งย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการเร่งปรับโครงสร้างหนี้เพื่อช่วยให้ภาระหนี้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินของ สถานการณ์ทางการเงินของลูกหนี้ดังนั้นนะครับประเด็นสำคัญในช่วงหลังจากนี้ก็คือการเร่งเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยหล่อเลี้ยงสภาพคล่องและปรับโครงสร้างหนี้เพื่อประคองมาให้ลูกหนี้เนี่ยนะกลายสภาพไปเป็นเอ็นพีแอลนี่เอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

ผลกระทบจากภัยแล้ง ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ทำคนเลี้ยงหมูอ่วม 

       ผลกระทบจากภัยแล้ง   มีรายงานมาจากนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกร  โดยเป็นข้อมูลที่ส่งมาจากทางเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือระบุว่าในขณะนี้บรรดาเหล่าเกษตรกรที่เลี้ยงสุกรเป็นอาชีพนั้นกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเกิดปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนเนื่องจากว่าเมื่อมีอากาศที่ร้อนจัดทำให้เราเกษตรกรที่เลี้ยงหมูนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้งานเพิ่มมากขึ้น

          ซึ่งในขณะนี้ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของภัยแล้งมาตั้งแต่ปีที่แล้วและต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ทำให้ระบบน้ำที่มีการกักตุนเอาไว้ให้กับประชาชนใช้ในช่วงหน้าแล้งนั้นน้ำเริ่มลดน้อยลงและเริ่มอยู่ในภาวะที่เริ่มมีการขาดแคลนน้ำ 

สาเหตุส่วนหนึ่งก็เพราะว่าตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันฝนตกค่อนข้างน้อยมากในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำให้เขื่อนต่างๆไม่สามารถที่จะเก็บน้ำเอาไว้ได้

          ดังนั้นปัจจุบันนี้เราเป็นเกษตรกรทั้งหลายโดยเฉพาะกลุ่มคนที่เลี้ยงสุกรจึงได้รับผลกระทบอย่างหนักเพราะการเลี้ยงสุกรนั้นจะต้องมีการใช้น้ำในปริมาณค่อนข้างมากไม่ว่าจะเป็นน้ำ

สำหรับให้สุกรกินหรือน้ำสำหรับทำความสะอาดสุกรและยังใช้น้ำในการทำการเกษตรอื่นๆเรียกได้ว่าในแต่ละวันนั้นอะการเลี้ยงสุกรนั้นเป็นการเลี้ยงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แล้วก็จะต้องมีการใช้น้ำวันละ 130 ลิตรต่อสุกร 1 ตัวเลยทีเดียว

           ในขณะถ้าเกิดเป็นการเลี้ยงสุกรทั่วไปที่เอาไว้ขายจะใช้น้ำวันละ 40 ลิตรต่อวันต่อสุกร 1 ตัวซึ่งถือได้ว่าเป็นการใช้น้ำที่ค่อนข้างเยอะมากๆแต่ในปัจจุบันนี้กำลังขาดแคลนน้ำอย่างสูง

ซึ่งในขณะนี้ทำให้บรรดากลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงสุกรขายนั้นจำเป็นต้องไปหาซื้อน้ำจากแหล่งอื่นมาใช้งานและยิ่งเข้าสู่ช่วงหน้าร้อนทางด้านความที่เลี้ยงสุกรก็จำเป็นที่จะต้องมีการใช้น้ำเยอะมากขึ้นเพื่อทำการฉีดน้ำลดความร้อนให้กับสุกร

               ดังนั้นต้นทุนในการใช้จ่ายเพื่อทำการซื้อน้ำจึงมีการเพิ่มมากขึ้นโดยคิดต้นทุนในแต่ละวันนั้นจากเดิมที่มีการใช้ต้นทุนในการซื้อน้ำมาดูแลสุกรในฟาร์มตัวละ 30 บาทก็ปรับเพิ่มสูงขึ้น

เป็นตัวละประมาณ 300 บาทเลยทีเดียวซึ่งถือว่าค่อนข้างเพิ่มปริมาณต้นทุนเยอะมากๆนอกจากนี้เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนปัญหาที่ตามมาของกลุ่มผุ้เลี้ยงสุกรก็คือ ปัญหาเรื่องของโรคระบาดในหน้าร้อน  และยังมีปัญหาเกี่ยวกับหมูเสี่ยงที่จะแท้งง่ายอีกด้วย

             และด้วยสภาพปัญหาเหล่านี้ที่ทางกลุ่มผู้เลี้ยงสุกร ต้องแบกรับ จะส่งผลทำให้ ผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องของการแบบรัดต้นทุนจะตกไปที่เหล่าบรรดาเกษตรกรที่เลี้ยงสุกรนั่นเอง

ซึ่งถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไปในอนาคตกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงสุกรขายจะไม่ได้กำไรจากการเลี้ยงสุกรขาย ซึ่งจะส่งผลมายังเหล่าคนซื้อในอนาคตได้ด้วยเพราะจะต้องมีการเพิ่งราคาขายเนื้อหมูนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    gclub สล็อตฟรี

รัฐบาลจีนเอาคืนสหรัฐอเมริกาด้วยการห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐขับรถยนต์ยี่ห้อ Tesla 

        ห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐขับรถยนต์ยี่ห้อ Tesla    ก่อนหน้านี้รัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาภายใต้การปกครองของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ได้มีการออกมาต่อต้านสินค้าของทางประเทศจีนหลายรายการโดยเฉพาะบริษัท Huawei ที่ถูกแบนไม่ให้มีการจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกาได้และและยังมีอีกหลายบริษัทที่ถูกทางสหรัฐอเมริกาทำการแบน

               โดยอ้างเหตุผลความมั่นคงของประเทศเพราะเกรงว่าประเทศจีนนั้นจะมีการดูดข้อมูลของประชาชนของประเทศตนเองไปอย่างไรก็ตามในขณะนี้นั้นดูเหมือนว่าประเทศจีนจะมีการเอาคืนสหรัฐอเมริกาแล้วเช่นเดียวกันเพราะมีรายงานข่าวออกมาเมื่อวันที่ 19 เดือนมีนาคม  ปี พศ 2564  โดยตามรายงานข่าวมีการระบุว่า รัฐบาลจีนได้มีการส่งหนังสือไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐทุกคน

           โดยมีการสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนไม่ให้ขับรถยนต์ยี่ห้อ  Tesla  ซึ่งรถยนต์ยี่ห้อนี้เป็นรถยนต์ที่ผลิตจากประเทศสหรัฐอเมริกา 

และที่สำคัญนอกจากจะทำให้ขับรถยนต์ยี่ห้อนี้แล้วหากข้าราชการของประเทศจีนคนไหนมี รถยนต์ยี่ห้อ Tesla อยู่แล้วยังมีกฎข้อห้ามด้วยว่าห้ามขับรถยนต์ยี่ห้อนี้ไปในเขตพื้นที่ของหน่วยงานราชการหรือแม้แต่หน่วยโรงงานอุตสาหกรรม

         โดยอ้างเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยระดับประเทศโดยระบุว่ารถยนต์ยี่ห้อนี้มีการติดกล้องหน้ารถเอาไว้ซึ่งก้าวหน้ารถนั้นจะมีการบันทึกข้อมูลอยู่ตลอดเวลาทางรัฐบาลจีนเองเกรงว่าข้อมูลที่มีการบันทึกไว้ที่กล้องหน้ารถนั้นก็ถูกดูดออกไปเก็บไว้ซึ่งบางข้อมูลนั้นอาจจะเป็นข้อมูลซึ่งเป็นความลับของทางการจีนเลยก็ว่าได้ 

                  สำหรับข้ออ้างที่ทางรัฐบาลจีนได้มีการอ่านเกี่ยวกับเรื่องของกล้องหน้ารถที่มีการถ่ายภาพเอาไว้ แล้วจะถูกส่งไปยังประเทศสามารถการว่ากล้องรถยนต์นั้นจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่มองเห็นได้แล้วจะดูดข้อมูลเหล่านี้เชื่อมต่อผ่านทางอินเทอร์เน็ตไปยังโทรศัพท์มือถือได้ซึ่งนั่นหมายถึงว่ามีการเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปยังจุดอื่นได้ด้วยเช่นเดียวกันโดยวิธีการนี้อาจจะทำให้มีการแฮกข้อมูลผ่านทางกล้องหน้ารถยนต์นี้ได้

                ซึ่งมีผลต่อความมั่นคงของประเทศจีนและเป็นจุดที่อ่อนไหวมากๆที่ทางกองทัพนั้นกำลังหาทางป้องกันอยู่ดังนั้นจึงทำให้รัฐบาลมีคำสั่งออกมาประกาศแน่ชัดเลยว่าหากมีการขับรถยนต์ยี่ห้อนี้ห้ามไปในเขตที่เกี่ยวกับทางทหารหรือจุดอ่อนไหวทางการเมืองอย่างเด็ดขาดและด้วยคำสั่งเด็ดขาดจากทางรัฐบาลของประเทศจีนนี้เองส่งผลทำให้หุ้นของรถยนต์ยี่ห้อTesla ภายในวันเดียว ตกลงมามากกว่า 4% เลยทีเดียว 

           ตามความจริงใจของรัฐบาลจีนและทางกองทัพนั้นออกมาเปิดเผยให้กับประชาชนเกี่ยวกับข้อบังคับนี้ว่าพวกเขาไม่ต้องการให้ข้อมูลของทางกองทัพจีนนั้นรั่วไหลออกไปแต่ในความเป็นจริงแล้วก็อาจจะมองได้อีกมุมหนึ่งก็คือ  

           เมื่อในขณะนี้แม้จะมีการเปลี่ยนประธานาธิบดีเป็นคนใหม่แล้วแต่สินค้าบางตัวของทางจีนก็ยังถูกแบนจากประเทศสหรัฐอเมริกาและบางประเทศที่อเมริกาหนุนหลังอยู่ดังนั้นนี่อาจจะเป็นข้ออ้างในการที่ทางประเทศจีนได้มีการโต้กับประเทศอเมริกานั้นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.   UFABET เว็บหลัก

จอมปลวกให้โชคแม่น เหลือเชื่อ มีคนถูกไป 5 งวดติดต่อกันแล้ว

        จอมปลวกให้โชคแม่น ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับความฝันของใครหลายๆคนที่อยากจะมีโอกาสได้ถูกลอตเตอรี่หรือถูกหวยใต้ดินจังๆจะๆสักครั้งหนึ่งแน่นอนว่าเมื่อใกล้วันหวยออกมากขึ้นเท่าไหร่บรรดาคนที่มีความฝันอยากจะถูกหวยนั้นย่อมหาสถานที่หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถบอกตัวเลข

เพื่อนำมาซื้อหวยได้อย่างล่าสุดได้มีการเสนอข่าวจากสำนักข่าวเดลินิวส์เมื่อวันที่ 27 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 ระบุว่าที่จังหวัดสุรินทร์ชาวบ้านได้พากันไปกราบไหว้หลักกิโลเมตรที่ 17 ซึ่งหลักกิโลเมตรดังกล่าวนั้นมีจอมปลวกขึ้นอยู่

         โดยชาวบ้านให้ข้อมูลกับทางผู้สื่อข่าวว่าหลักกิโลเมตรดังกล่าวนั้นให้หวยแม่นมากมีชาวบ้านหลายคนมาถูกหวยโดยการนำตัวเลขจากหลักกิโลเมตรนี้ไปซื้อกันเป็นจำนวนมากแล้ว

โดยมีการถูกหวยจากการนำเอาตัวเลขจากหลักกิโลเมตรไปซื้อแล้วถูกติดต่อกันมาถึง 5 งวดแล้วนั่นเองซึ่งตัวเลขนั้นมีการออกหมดแล้วเหลือเพียงแค่เลขเดียวที่ยังไม่ได้ออกโดยงวดนี้ชาวบ้านก็มากราบไหว้นำน้ำแดงและจุดธูปเพื่อขอกับพญาปลวกที่ขึ้นกับหลักกิโลเมตรเพราะเชื่อว่าตัวเลขที่เหลือน่าจะออกรางวัลใหญ่ในงวดประจำวันที่ 1 เดือน กันยายน ปีพ.ศ. 2564 ปีนี้อย่างแน่นอน 

        สำหรับหลักกิโลเมตรที่กำลังสร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านจังหวัดสุรินทร์นั้นอยู่ตรงบริเวณทางไปบ้านขี้เหล็กซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ของตำบลโพนครก  ถ้าหากว่าเปลี่ยนหัวคนไหนอยากจะไปชมหลักกิโลเมตรที่มีปลวกขึ้นแล้ว

อยากจะไปขอเลขเด็ดสามารถเดินทางเข้าไปตามที่อยู่ทางไปบ้านขี้เหล็กได้ไปเพียงแค่ประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะพบกับจอมปลวกดังกล่าวซึ่งจอมปลวกดังกล่าวนั้นเป็นจอมปลวกบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 17 โดยตัวเลขที่มีการแสดงบนหลักกิโลเมตรในตอนนี้ที่ยังไม่ถูกออกรางวัลนั่นก็คือเลข 15 ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเลขนี้นั้นจะออกลอตเตอรี่ 

       จากคำให้ข้อมูลของชาวบ้านที่บอกกับผู้สื่อข่าวโดยมีการพาผู้สื่อข่าวไปทำการดูจอมปลวกดังกล่าวนั้นพบว่ามีของเซ่นไหว้เป็นจำนวนมากที่วางอยู่ตรงบริเวณหลักกิโลเมตรนอกจากนี้ยังมีผ้าสามสีผูกตรงบริเวณหลักกิโลเมตรอีกด้วยในขณะเดียวกันก็กำลังมีชาวบ้านกำลังจุดธูปขอเลขเด็ดจากหลักกิโลเมตรดังกล่าว

     อย่างไรก็ตามชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าวทุกคนให้การยืนยันว่าจอมปลวกที่ขึ้นตรงหลักกิโลเมตรที่ 17 นี้ให้หวยแม่นมากๆและพวกเขาต่างภาวนาว่างวดนี้ขอให้ออกอีกงวดหนึ่งเพราะจะได้นำเงินมาช่วยเหลือครอบครัวซึ่งตอนนี้ลำบากมากเนื่องจากสถานการณ์ของการระบาดของไวรัสโควิดนั่นเอง อย่างไรก็ตามหากใครยังหาเลขเด็ดซื้อไม่ได จะลองซื้อเลขจากหลักกิโลเมตรดูก็ได้นะคะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  รวม ทางเข้าเล่น sboet

พิษโควิด-19  ทำทอท. ขาดทุน ผู้โดยสารลดลงเหลือวันละ 1.5 หมื่นคน

           ทอท.  หรือบริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัดมหาชน  ได้ออกมาพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของสภาพคล่องของทางบริษัท พิษโควิด-19  ทำทอท. ขาดทุน อยู่ในตอนนี้ว่าในขณะนี้ ผลพวงจากการระบาดของไวรัสโควิคกำลังส่งผลทำให้สภาพคล่องของ ทอท. นั้น

มีปัญหาอย่างหนักถึงขนาดที่ว่ามีการไปกู้เงิน 2.5 หมื่นล้านบาทมาเพื่อมาใช้ในการแก้ไขปัญหาในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่หลังจากที่กู้เงินมาแล้วปัญหาก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้และที่สำคัญเงินที่กู้มานั้นก็ถูกใช้ออกไปเรื่อยๆซึ่งขณะนี้เหลือเงินที่กู้มาแค่เพียง 2.3 หมื่นล้านเพียงเท่านั้น 

              ทางด้าน ทอท. ยังออกมาเปิดเผยด้วยว่าสถานการณ์ในตอนนี้นั้นจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบินนั้นลดลงเป็นจำนวนมากนับตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโควิค-19 

ระลอกที่ 3 มานี้มีจำนวนผู้โดยสารลดลงเรื่อยๆซึ่งมีการคาดคะเนกันว่าถ้าหากสถานการณ์การระบาดไวรัส covid ยังคงเป็นแบบนี้เดือนหน้าซึ่งเป็นเดือนพฤษภาคมอาจจะมีผู้โดยสารที่เดินทางโดยเที่ยวบินของสายการบินต่างๆรวมกันแล้วต่อวันไม่ถึง 1.5 หมื่นคนเพียงเท่านั้นเอง 

           แล้วด้วยปัญหาของจำนวนผู้โดยสารที่มีการมาใช้บริการในการเดินทางด้วยสายการบินที่ลดลงอย่างต่อเนื่องนั้นส่งผลทำให้กระทบกับรายได้ของสายการบินต่างๆเพราะทางสายการบินเองเมื่อเปิดให้บริการก็ต้องมีรายจ่ายดังนั้นเมื่อมีรายจ่ายเท่าเดิม

แต่รายได้ลดลงซึ่งส่งผลต่อระบบการเงินของทางบริษัทสายการบินโดยเฉพาะระบบการเงินที่เป็นเงินสดซึ่งทางด้าน ทอท. ก็แก้ไขปัญหาด้วยการไปกู้เงินมา 2.5 หมื่นล้านบาทเพื่อหวังนำเงินดังกล่าวนั้นมาช่วยกู้สถานการณ์ของสายการบินต่างๆอยู่ในขณะนี้

            แต่ด้วยจำนวนลูกค้าที่ลดลงเรื่อยๆทำให้สายการบินทุกสายการบินมีผลกระทบจากจำนวนลูกค้าที่ลดลงทางทอท.จึงได้นำเงินที่มีการกู้มานั้นไปทำการช่วยเหลือบริษัทต่างๆซึ่งในขณะนี้มีการช่วยเหลือไปแล้วประมาณ สองพันล้านบาททำให้เงินที่กู้มานั้นเหลือเพียงแค่ประมาณ  2.3 หมื่นล้านบาทเพียงเท่านั้น

ซึ่งถือได้ว่าสถานการณ์ทางการเงินของสายการบินต่างๆรวมถึงของทางท่าอากาศยานที่มีอยู่ในตอนนี้อยู่ในขั้นที่กำลังมีปัญหาอย่างหนักเพราะถ้าหากเปรียบเทียบกับปีพ. ศ. 2563 แล้วในตอนนั้นยังมีเงินสดที่เอาไว้ใช้จ่ายในสายการบินนั้นอยู่ในระดับ 3.6 หมื่นล้านบาทเลยทีเดียว

แต่ตอนนี้หากเทียบกันแล้วลดลงจากเดิมเป็นอย่างมาก และด้วยจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงนี่เองที่ทำให้สายการบินหลายสายการบินนั้นเริ่มมีการปรับแผนการบินโดยมีการปิดเส้นทางการบินหลายเส้นทางกันแล้วเพื่อลดค่าใช้จ่ายนั้นเอง 

 

สนับสนุนโดย.   ufabet บาคาร่าออนไลน์

โน๊ตอุดม โดนพิษ covid-19  เล่นงานจนต้องเลื่อนเดี่ยวไมโครโฟน 

       โน๊ตอุดม โดนพิษ covid-19 เล่นงาน   เมื่อวันที่ 16 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564   ได้มีข้อความประกาศออกมาจากทาง โน้ต  อุดม แต้พานิช   ศิลปินนอกจากนี้เขายังเป็นนักแสดงและบางครั้งเขาก็เป็นนะพูดแล้วนะเขียน

ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนรู้จักกันดีในด้านของการเป็นนักแสดงและนักเดี่ยวไมโครโฟนชื่อดังเพราะเขามีการเปิดเวทีพูดเดี่ยวของเขามาแล้วหลายต่อหลายรอบซึ่งแน่นอนว่าผู้คนให้ความสนใจทุกครั้งที่  โน้ต   อุดม  แต้พานิช   มีการประกาศที่จะมีการเปิดเดี่ยวไมโครโฟนขึ้นมา

         โดยล่าสุดเดี่ยวไมโครโฟนของโน้ตอุดมแต้พานิชนั้นก็มีการทำมาถึง 12 ครั้งแล้วและกำลังจะมีการทำสินค้าที่ 13    แต่ด้วยสถานการณ์ของการระบาดไวรัสโควิด-19 อยู่ในตอนนี้ถึงแม้ว่าประชาชนอาจจะอยากดูเดี่ยวไมโครโฟนของ  โน้ต  อุดม   แต้พานิชเพื่อที่จะได้หายเครียดบ้างในช่วงนี้แต่สถานการณ์นั้นไม่เอื้ออำนวยเพราะยังมีการต้องมาวัดระวังเรื่องของการเข้าไปในพื้นที่และต้องนั่งรวมกันเยอะๆนั้นยังคงเป็นกฎข้อห้ามและมันก็ยังคงเป็นความเสี่ยงมากเพราะมันสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายและนะเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

 โน้ต  อุดม  แต้พานิช   จึงได้มีการประกาศเลื่อนการจัดการพูดเดี่ยวไมโครโฟนออกไปก่อนซึ่งมีการเลื่อนจัดงานอีกครั้งหนึ่งเป็นวันที่ 22 เดือนเมษายนปี พ.ศ. 2565 ถึงวันที่ 1 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2560 5 ก็คือเลื่อนไปเป็นปีหน้าเลยทีเดียวในเอกสารการประกาศเลื่อน  โน้ต อุดม  ยังพูดขอบคุณบรรดาทุกคนที่ได้มีการเข้าไปซื้อตั๋วเพื่อจะรอชมเดี่ยวไมโครโฟนของเขากันแล้วเขาบอกว่าเขารู้สึกซาบซึ้งใจกับการกระทำของทุกคนมากและก็ขอบคุณมากที่ทุกคนนั้นให้ความสนับสนุนและช่วยเหลือเขาเป็นพิเศษแต่มันไม่สามารถที่จะทำการเปิดเดี่ยวไมโครโฟนในตอนนี้ได้

        อย่างไรก็ตามเขาได้แทนคำขอบคุณบรรดาคนที่ซื้อตั๋วของเขาล่วงหน้าไปแล้วด้วยเขาจะส่งผ้าห่มของเดี่ยวไมโครโฟนที่จะใช้ในการแจกเดี่ยวไมโครโฟน 13 ไปให้กับคนที่ซื้อตั๋วไปแล้วเพื่อเป็นการมอบของขวัญชิ้นพิเศษให้แล้วก็ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นก็จะสามารถเจอกันได้ไหมอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน หากใครอยากได้เหรียญดมคอย สามารถติดตามผ่านทาง facebook ได้ว่า โน๊ต อุดมจะมีการให้ผู้สนใจที่อยากได้เหรียญดมคอย  ร่วมสนุกอย่างไรบ้างในการแจกเหรียญให้   

        สำหรับ โน๊ต อุดม   ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งมีการประกาศออกมาเกี่ยวกับร้านอาหารของเขาที่มีการเปิดบริการเอาไว้ที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งและของเขานั้นชื่อว่าร้าน iberry Garden เป็นร้านขายไอศครีมพร้อมทั้งเป็นแหล่งเช็คอินของจังหวัดเชียงใหม่เลยทีเดียวแต่หลังจากที่เศรษฐกิจไม่ดีเพราะการระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ทำให้เขาต้องปิดกิจการลง

และในครั้งนี้เขาก็ต้องมีการแจ้งประกาศเลื่อนการจัดเดี่ยวไมโครโฟนอีกซึ่งทำให้ เห็นได้ว่าโน้ต อุดมนั้นได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่แตกต่างจากคนอื่นเลยทีเดียว 

 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝากเงิน ออโต้

ชาวบ้านแห่รุนกุ้งเคยมาแปรรูปเป็นกะปิ

สำหรับเรื่องดีๆที่จะเอามาบอกในวันนี้ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แปรรูปเป็นกะปิ เราจะพาไปดูภูมิปัญญาของชาวบ้านที่นี่เขาได้รวมตัวกันไปจับกุ้งเคยปีหรือว่าเคยส้มโอนั่นเอง เพื่อที่จะนำเอามาแปรรูปให้เป็นกะปิหาเลิกเข้ากระเป๋าสู้ภัยโควิด-19กัน

โดยที่ทะเลสามร้อยยอดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ชาวเลเขาก็จะบอกว่าในช่วงนี้เคยเข้านี่เป็นคำพูดของเขาเลยนั่นหมายความว่าเป็นช่วงที่ชาวบ้านจะออกไปจับกุ้งเคยเพื่อนำมาทำเป็นกะปินั่นเองเป็นแบบวิถีเดิมของชาวบ้านที่อำเภอสามร้อยยอดของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่นี่เลยทุกวันเขาจะพากันไปที่ชายหาดหน้าอ่าวสามร้อยยอดเลยอยู่ที่บ้านใหม่ 

เนื่องจากว่าในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีลมตะเภาหรือว่าลมว่าวนั่นเองโดยเป็นลมพัดจากทิศใต้ขึ้นไปทิศเหนือฤดูร้อนทำให้เราจะเห็นกุ้งเคยขึ้นมาให้ชาวบ้านในละแวกนั้นจับกันเป็นจำนวนมากเลยจากนั้นเราก็ได้ไปถามชาวบ้านชื่อว่าคุณลุงอุดม ทองเขาได้เล่าให้พวกเราฟังว่าโดยปกติเคยที่จะหามาได้ก็จะเป็นเคยส้มโอหรือว่าเคยปีนั้นเอง

ดังนั้นเคยมันก็คือกะปินั่นเองจะเกิดในช่วงที่จะมีลมตะเภาแต่ก็ไม่แน่นอนเสมอไปเพราะว่าในบางปีก็จะไม่มีก็ได้ทีนี้เราจะมาดูวิธีว่ามีกุ้งเคยหรือเปล่าเขาบอกว่าให้ใช้เท้าย่ำลงไปในพื้นทะเลเลยคือถ้ามีเธออยู่เมื่อได้สัมผัสกับเท้าก็จะกระโดดหนีออกไปเลย

ส่วนวิธีหากุ้งเคยเขาใช้กะวะหลายคนสงสัยว่ากะว่าคืออะไรคือปกรณ์ชนิดหนึ่งที่จะมีไม้ไผ่เป็นด้ามยาวๆ พวกชาวบ้านจะนำเอามาใสเคยนั่นเองนี่เป็นศัพท์ของชาวบ้านหรือในทางที่จะเรียกกันว่ารุนกุ้งเคยในทะเลรุนเอาเข้าจริงๆถ้าเป็นภาษาใต้ก็คือเข็นนั่นเองก็คือดันไปข้างหน้า

โดยชาวบ้านในพื้นที่เขาได้เล่าให้ฟังอีกว่าเคยส้มโอในที่นี้ตัวใหญ่แล้วจะเกิดในช่วงเดือนเมษายนแต่แล้วเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วไม่มีกุ้งเคยให้จับเลยและในปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีที่โชคดีมากๆเลยที่มีเคยให้จับเพราะว่าจะได้มีรายได้ในช่วงสถานการณ์ covid-19 ได้ระบาดอยู่ขณะนี้

ดังนั้นเรามาดูวิธีการนำกุ้งเคยปีหรือเคยส้มโอแบบนี้นำเอามาแปรรูปมาทำเป็นกะปิกันบ้างโดยเขาจะเอากุ้งเคยที่จับมาได้นำเอามาล้างน้ำทะเลให้สะอาดประมาณ 3 ครั้งด้วยกันจากนั้นก็เลือกปลาตัวเล็กๆที่ติดมาเอาออกไปให้หมดก่อนจากนั้นก็นำเอามาผสมคลุกเคล้ากับเกลือหมากเอาไว้ประมาณ 1 เดือนหลังจากนั้นก็จะนำเอาไปตากแดดใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะกลายเป็นกะปิแล้ว

 

สนับสนุนโดย.    sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท

รถแท็กซี่กะดึกไร้ผู้โดยสารช่วงโควิดระบาด

รถแท็กซี่กะดึกไร้ผู้โดยสาร โดยในช่วงโรคโควิด-19ระบาดหนึ่งในอาชีพที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้กันเลยก็๕ออาชีพคนขับรถแท็กซี่คือคนนึงขับแท็กซี่วันนึงประมาณ15ชั่วโมงได้เพียงแค่3เที่ยวคิดเป็นเงินประมาณ200-300บาทเราจะมาสะท้อนให้ได้เห็นวิถีชีวิตกันหน่อยที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าBTSหมอชิต

ในช่วงเวลาประมาณสัก5ทุ่มแล้วก็ในช่วงเวลาปกติแล้วถือว่าเป็นจุดขนส่งสาธารณะหลากหลายรถตู้ก็มีรถประจำทางก็เยอะรถแท็กซี่หนาแน่นมากเลยคือว่าผู้โดยสารสามารถที่จะเลือกขึ้นได้แต่ภาพในปัจจุบันนี้ได้กล่าวว่ารถเดินทางส่วนใหญ่หยุดวิ่งประมาณ3ทุ่มรถแท็กซี่กลายมาเป็นทางเลือกโดยสารต่อ

เมื่อคืนนี้ได้มีทีมงานลงไปสำรวจในพื้นที่พบว่ารถแท็กซี่สองคันจอดรอผู้โดยสารอยู่ที่ริมถนนพหลโยธินก็ได้เข้าไปสอบถามคนขับรถแท็กซี่คนหนึ่งชื่อว่าคุณสมบูรณ์เป็นคนขับรถแท็กซี่เขาบอกว่าเขาได้ขับรถออกจากบ้านตั้งแต่ตี5จนถึงงประมาณเที่ยงคืนและบอกว่าวิ่งรับผู้โดยสารได้เพียงแค่3เที่ยวเองคิดเป็นเงินแล้วก็ประมาณ300บาทหักค่าเช่ารถประมาณวันละ250บาทค่าแก็สเชื้อเพลิงอีกวันละ200บาทแต่ละวันเหลือเงินกลับบ้านอีก50-100บาท

ซึ่งในเที่ยวสุดท้ายที่จะวิ่งรถก็หวังว่าจะมารอผู้โดยสารที่จะขึ้นรถไฟฟ้าเที่ยวสุดท้ายแต่ก็มีเพียงไม่กี่คนเพราะว่าบางคนมีรถส่วนตัวมารับไปต่อไม่มีคนขึ้นรถแท็กซี่เลยโดยทางด้านผู้ขับแท็กซี่ยังได้กล่าวอีกว่าหากเป็นเมื่อก่อนขับแท็กซี่ตั้งแต่ตี5ถึงเที่ยวคืนได้เงินประมาณ1,000กว่าบาทแต่ตอนนี้300-400ยังยากเลยบางทีขับรถมารอที่รถไฟฟ้าช่วงบ่าย3และออก6โมงเย็น

ถ้ามารอช่วง2-3ทุ่มจะมารอเอาเที่ยวสุดท้ายจากรถไฟฟ้าที่จะหมดในช่วงเที่ยวคืนข้างนอกเงียบมากไม่ค่อยมีคนขับรถได้เที่ยวนึงไปดอนเมืองก็ต้องตีรถกลับมาที่นี่อีกถามว่าที่รถไฟฟ้ามีคนไหมถ้ามองดูแล้วจะเห็นได้เลยว่ามีผู้โดยสารเดินลงมาจากรถไฟฟ้าไม่ถึง10คน

นอกจากนี้คนขับรถแท็กซี่อีกคนได้กล่าวอีกด้วยว่าปกติเขาจะขับแท็กซี่แถวย่านนี้ขับตั้งแต่10โมงเช้าจนถึงเที่ยงคืนเลยได้ค่าจ้างประมาณ200กว่ายาทเท่านั้นเองในตอนนี้ไม่พอค่าเช่ารถแล้วก็ยังไปเสียคาแก็สเชื้อเพลิงอีกวันนึงจะเหลือเงินกับบ้านประมาณ40บาทแลบางทีจ้างค่าที่จอดรถไปอีก50บาททุกวันนี้ชักหน้าไม่ถึงหลังหาเงินไม่พอกับรายจ่ายแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงมันเป็นเพียงอาชีพเดียวที่พอจะทำได้ก็ต้องขับแท็กซี่กันต่อไปเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ช่วงสงกรานต์มาแล้ว

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝากเงิน ออโต้