เศรษฐกิจไทยกำลังแย่ คนไทยเริ่มขายสินค้ามือสองเยอะขึ้น

            เนื่องจากสถานการณ์ของ  เศรษฐกิจไทยกำลังแย่  ตอนนี้ยังไม่ดีขึ้นดังนั้นหลายครอบครัวจึงต้องมีการจำกัดการใช้เงินและบางครอบครัวก็ประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเงินแล้วสิ่งที่ครอบครัวทำได้ในขณะนี้ก็คือการใช้เงินอย่างประหยัดและการนำทรัพย์สินส่วนตัวที่มีอยู่ออกมาจำหน่ายเป็นสินค้ามือสองอย่างที่เราจะเห็นได้จากปัจจุบันนี้ตามเพจ Facebook ต่างๆหรือตาม Instagram และ Twitter ได้มีการประกาศโพสต์ขายสินค้ามือสองเป็นจำนวนมาก

โดยสินค้ามือสองนั้นมีการขายในราคาที่ไม่สูงมากนักซึ่งสินค้ามือสองจะมีตั้งแต่หลัก 50 บาทขึ้นไปจนถึงหลักหลายหมื่นบาทเลยทีเดียวขึ้นอยู่ว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าทั่วไปหรือสินค้าแบรนด์เนม ซึ่งตอนนี้มีหลายคนที่นำสินค้าที่ตนเองซื้อใช้ออกมาจำหน่ายเป็นสินค้ามือสองไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมหรือเสื้อผ้าโดยจะมีการขายครึ่งราคาที่เคยซื้อมาสาเหตุที่ต้องนำสินค้ามาจำหน่ายเป็นสินค้ามือสองนั้น

ก็เพราะว่าทุกคนจะต้องมีการหาเงินเอาไว้ใช้จ่ายในแต่ละวันเพราะปัจจุบันนี้เชื่อว่าทุกคนคงรู้กันเป็นอย่างดีว่าสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นยังประสบปัญหาทำให้เจ้าของธุรกิจหลายธุรกิจนั้นคงสิ้นเนื้อประดาตัวหรือใครที่ยังเปิดธุรกิจของตนเองอยู่ก็ยังอยู่ในช่วงสถานการณ์ที่ไม่ได้ดีมากนักกำไรในการประกอบธุรกิจนั้น

ยังคงได้น้อยนิดไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนที่ต้องใช้จ่ายดังนั้นจึงทำให้หลายคนต้องนำทรัพย์สินส่วนตัวของตนเองออกมาขายและหนึ่งในธุรกิจที่กำลังพบเห็นมากในขณะนี้ในโลกออนไลน์ก็คือการขายสินค้ามือสองนั่นเองซึ่งถ้าหากสินค้าของใครเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและมีตำหนิน้อยก็จะสามารถขายสินค้าได้เร็วขึ้น

เศรษฐกิจไทยกำลังแย่ ในธุรกิจนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของธุรกิจเพราะหลายคนมีการซื้อไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเสื้อผ้าเอาไว้เป็นจำนวนมาก ในช่วงที่มีเงินใช้จ่ายฟุ่มเฟือยแต่ที่จริงแล้วบางคนนั้นซื้อกระเป๋าหรือเสื้อผ้ามาก็แทบจะไม่ได้มีการใช้งานเลยก็มีดังนั้นสินค้าพวกนี้จึงถูกนำมาขายเป็นสินค้ามือสองเพราะเจ้าของเองก็ไม่ได้ใช้ของเหล่านี้เช่นเดียวกัน

           และใครก็ตามที่จะซื้อสินค้ามือสองมันจะมีการตรวจสอบให้ดีก่อนที่จะซื้อว่าสินค้านั้นมีตำหนิมากน้อยแค่ไหนคุ้มกับราคาที่ซื้อมาหรือไม่ที่สำคัญเมื่อซื้อมาแล้วควรจะมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อก่อนจะนำไปใช้เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่อาจจะติดมาพร้อมกับสินค้าที่เราซื้อมานั่นเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเราเองได้รับเชื้อโรคจากของมือสองที่ซื้อมาก็อย่าลืมทำความสะอาด ฆ่าเชื้อก่อนใช้งาน

 

สนับสนุนโดย.   สมัครเว็บ ufabet

วิธีการออมเงินของครอบครัวญี่ปุ่น

วิธีการออมเงิน หากจะพูดถึงระเบียบวินัยในการใช้ชีวิต หรือการทำงานนั้น คงต้องยกให้คนญี่ปุ่นเป็นอันดับหนึ่งเลย เพราะคนประเทศนี้เรียกว่ามีวินัยในการทำตามแบบแผนค่อนข้างสูงไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งนั่นหมายถึงรวมไปในเรื่องของการเก็บออมด้วย เพราะแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปแค่ไหน

แต่ครอบครัวญี่ปุ่นเกือบทุกครอบครัวจะต้องมีสมุดบัญชีครัวเรือนที่เอาไว้จดรายรับรายจ่ายของครอบครัวเพื่อเอาไว้สำหรับทำบัญชีด้วย โดยวัฒนธรรมนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณที่เมื่อก่อนผู้ชายมีหน้าที่หาเงินเข้าบ้าน ส่วนผู้หญิงก็จะมีหน้าที่เก็บ ดังนั้นผู้หญิงก็จะทำบัญชีเพื่อจัดสรรให้เพียงพอต่อรายจ่ายประจำเดือน วิธีการออมเงิน  และจัดส่วนที่เหลือในการเก็บออมเพื่อไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน โดยวิธีการก็เป็นวิธีการที่ใช้กันตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน นั่นก็คือ

ขั้นแรกคือ การแยกประเภทรายรับและรายจ่ายอย่างชัดเจน โดยการแยกออกมาอย่างละเอียดว่าในหนึ่งเดือนที่ผ่านมามีรายรับมาเท่าไหร่ และใช้จ่ายไปกับเรื่องอะไรบ้าง แต่ต้องเขียนกำกับต่อท้ายทุกครั้งว่ารายจ่ายที่จ่ายไปนั้น จำเป็นอย่างไร ส่วนรายได้ก็จดว่าได้มาจากอะไร เป็นรายได้ประจำหรือรายได้เสริม ซึ่งเมื่อจัดสรรเสร็จแล้ว เราก็จะมองภาพได้ชัดมากขึ้นว่า รายจ่ายส่วนใหญ่อยู่หมวดหมู่ไหนเป็นพิเศษ บางครอบครัวอาจจะเสียเงินกับการท่องเที่ยวมากไปหน่อย บางครอบครัวอาจจะกินดีบ่อยไปหน่อย ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เราแก้ปัญหาตรงจุด

ขั้นสองคือ ชัดเจนเลยว่าเดือนนี้จะออมเท่าไหร่ หลายคนมันจะเข้าใจผิดว่าการลดค่าใช้จ่ายจะช่วยให้เราออมเงินได้มากขึ้น แต่วิธีที่ได้ผลคือ ชัดเจนกับการออมว่าเท่าไหร่ และเริ่มแผนปฏิบัติการ เช่นการเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองแทนแบรนด์เนม การเลือกซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตในช่วงเวลาที่มีการลดราคาสินค้า แต่อย่างไรก็ดีการตึงเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก ควรมีความยืดหยุ่นด้วย

ขั้นสุดท้าย วางเป้าหมายเงินออมก้อนใหญ่ด้วยแผนระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ค่าเล่าเรียนลูก หรือออมเพื่อฉุกเฉิน และควรรู้ให้แน่ชัดว่าเงินออมที่จะตั้งเป้าเก็บนั้นจะตั้งเป้าเก็บเท่าไหร่

ซึ่งทั้งหมดนี้คือวิธีที่คนญี่ปุ่นนิยมใช้กันสำหรับการเก็บออม และต่อให้ทุกวันนี้เทคโนโลยีจะมีอย่างมากมายแต่คนญี่ปุ่นก็ยังนิยมที่จะทำเป็นการจดบัญชีลงในสมุด เพราะมันทำให้ดูง่ายและเห็นภาพชัดเจนกว่า เพียงแค่สามขั้นตอนนี้ หากทำด้วยความมีวินัยแล้วนั้น โดยการทำเป็นสมุดบัญชีครัวเรือนแบบคนญี่ปุ่น เชื่อเหลือเกินว่าจะทำให้คุณสามารถที่จะบริหารเงินได้ดียิ่งขึ้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   แจ้งฝาก-ถอน ufabet

รัฐบาลใกล้ถังแตก กระทรวงการคลังเตรียมเก็บภาษีปี 64 เพิ่ม

           รัฐบาลใกล้ถังแตก จากสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ทางด้านรัฐบาลได้มีการกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายในประเทศด้วยงบประมาณที่ค่อนข้างสูงมากซึ่งแน่นอนว่าในปีพศ2563 นี้นั้นมีการกู้เงินมาเป็นค่าใช้จ่ายของประเทศถึง 3.2 ล้านล้านบาท   และแน่นอนว่าถึงแม้ว่าจะมีการกู้เงินมาเยอะมากขนาดนี้แต่เงินที่กู้มานั้นก็ถูกนำไปใช้จ่ายตามโครงการต่างๆที่รัฐบาลได้มีการนำมาช่วยเหลือประชาชนช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่า

        อย่างที่เรารู้กันดีว่าเงินส่วนใหญ่ที่รัฐบาลกู้มานั้นจะถูกจัดสรรไปตามกระทรวงต่างๆและถูกนำมาใช้ในโครงการต่างๆที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนในช่วงเวลานี้นั่นเอง  และในตอนนี้กระทรวงการคลังเองก็เริ่มที่จะมีการตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณเพื่อจะนำไปใช้จ่ายในช่วงประมาณปีพศ 2564

  โดยจากการตรวจสอบข้อมูลของทางด้านกระทรวงการคลังพบว่า รัฐบาลใกล้ถังแตก ในปีพศ 2564 นี้การกู้ยืมเงินจากต่างประเทศนั้นจะสามารถกู้ออกมาได้น้อยมากเนื่องจากว่ามีการกู้ยืมเงินมาเมื่อปีพศ2563 มาเป็นจำนวนมากแล้วดังนั้นเมื่อมีการคำนวณการหักลบกลบหนี้แล้วพบว่ารัฐบาลไทยจะสามารถกู้ยืมเงินได้อีกแค่เพียงไม่กี่แสนล้านบาทเท่านั้น

       แน่นอนว่าด้วยเงินจำนวนที่น้อยนิดนี้จะไม่สามารถที่จะแบ่งไปตามกระทรวงต่างๆเพื่อพัฒนาประเทศได้ดังนั้นทางด้านกระทรวงการคลังจึงต้องมีแนวความคิดที่จะหาเงินเข้าคลังของไทยเพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลถังแตกที่ไม่มีเงินออกมาบริหารประเทศนั่นเองโดยวิธีการที่กระทรวงการคลังคิดได้อยู่ในขณะนี้ก็คือในปีพศ 2564 จะต้องมีการเรียกเก็บเงินค่าภาษีมากขึ้นกว่าเดิมโดยนำเงินค่าภาษีของประชาชนนั้นเก็บไว้ในคลังเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายในการบริหารประเทศนั้นเอง

          อย่างไรก็ตามตอนนี้ทางด้านรัฐบาลยังอยู่ระหว่างการประชุมปรึกษาหารือกันและยังไม่ออกมายืนยันว่าอันที่จริงแล้วตอนนี้รัฐบาลใกล้จะถังแตกเต็มทีแล้วโดยให้เหตุผลว่า  ในตอนนี้ยังมีการคำนวณเกี่ยวกับเรื่องของตัวยอดเงินและยังมีการตรวจสอบวงเงินการใช้งานอยู่อีกทั้งยังต้องเช็คว่ารัฐบาลยังสามารถที่จะกู้เงินจากต่างประเทศมาใช้จ่ายได้อีกเท่าไหร่ซึ่งต้องรอผลการสรุปออกมาถึงจะสามารถออกมายืนยันได้ว่าขณะนี้สถานการณ์ของเศรษฐกิจไทยและของคลังของไทยนั้นอยู่ในสภาวะที่กำลังช็อตหนักอยู่หรือไม่ 

         แน่นอนว่าเมื่อวานจำเป็นที่จะต้องหาเงินเข้าคลังเป็นจำนวนมากสิ่งที่เขาจะทำได้นั่นก็คือจะต้องมีการเพิ่มปริมาณผู้เสียภาษีให้มากขึ้นกว่าเดิมเพราะในขณะนี้หากตรวจสอบโดยจะเห็นได้ว่าประชากรทั้งหมดของประเทศไทยนั้นมีคนที่เสียภาษีเพียงแค่ประมาณ  3 ล้านคนเพียงเท่านั้นดังนั้นจึงต้องมีการขยายข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนของผู้เสียภาษีให้มากขึ้นกว่าเดิมและแน่นอนว่าจะต้องมีการเพิ่มการเรียกเก็บภาษีจากทุกช่องทางของประชาชนเข้ามาโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มเทคโนโลยีใหม่ๆจะต้องเสียภาษีด้วย อาจนับได้ว่าในปีพศ. 2564 นั้นจะมีการปรับโครงสร้างของผู้เสียภาษีครั้งใหญ่เลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.    ufabet บาคาร่า